เอาอะไร...ไปสมัครงาน ? (สายสถาปัตยกรรม-ออกแบบ) Basic of Application Package

เอาอะไร...ไปสมัครงาน ? (ในสายสถาปัตยกรรม-ออกแบบ)

What is a basic of Application Package ? (Architect/Designer)

กำลังเตรียมตัวสมัครงานงานสถาปัตย์ หรือ งานสายออกแบบ อยู่รึเปล่า ? คุณรู้ไหมว่าการเตรียมเอกสารสมัครงานสายเราน่ะ มีลักษณะเฉพาะตัว?

ความพิเศษของสายงานนี้ที่แตกต่างจากสายงานอื่น

คือ สายปฏิบัติวิชาชีพทางการออกแบบจะวัดกันที่ผลงาน คุณภาพงาน และความเป็นนักออกแบบในตัวคุณเป็นหลัก ซึ่งแปลว่า เกรดและใบทรานสคริปไม่ได้มีบทบาทในการตัดสินคุณมากกว่าผลงานของคุณ ซึ่งมีความแตกต่างจากสายงานอื่นๆที่ใช้เกรด/ตัวเลขและตัวอักษรเป็นตัวแสดงผลงานคุณภาพของแต่ละบุคคลเป็นหลัก แปลว่าอะไร? แปลว่าเรามีโอกาสแสดงความสามารถเราผ่านภาพเป็นช่องทางที่ใหญ่ที่สุด ในสายงานของเราจะใช้ “ภาษาภาพ" เป็นตัวเล่าเรื่อง ในสายออกแบบของเรา(สายปฏิบัติ) ภาพมีพลังเหนือกว่าตัวอักษรและตัวเลข นี่มันโอกาสดีชัดชัด!!


หลายหลายคนที่สนใจในหัวข้อนี้ อาจจะรู้อยู่แล้วว่าต้องใช้อะไรบ้างในการสมัครงานสำหรับสายงานสถาปัตยกรรม และสายออกแบบที่ใกล้เคียง Application Package มีองค์ประกอบ 3 อย่างพื้นฐาน

1. พอร์ตฟอลิโอ (Portfolio) หรือ หนังสือรวบรวมและแสดงผลงานที่เลือกมาแล้ว พอร์ตฟอลิโอเป็นประตูให้คนรู้จักเรา เป็นที่ที่โชว์ความสามารถ ผลงานในสายอาชีพเรา หรือส่ิ่งที่เราถนัด อันนี้จัดว่าสำคัญที่สุด สำหรับการแสดงความสามารถในการออกแบบ .... ลิงค์ไป ข้อมูลเพิ่มเติม

portfolio

2. เรซูเม่ (Resume) คือ ใบประวัติทางการงานที่ควรแสดงคุณสมบัติที่พิเศษของเราที่เหมาะสมกับจุดประสงค์ของการสมัครงานนี้ และข้อมูลประวัติพื้นฐานของเรา อย่างกระชับ .... ลิงค์ไป ดูตัวอย่างการเขียน

resume

3. จดหมายนำ (Cover Letter) คือ จดหมายที่แปะหน้าแรก เพื่อแนะนำจุดประสงค์การส่งเอกสาร แนะนำตัว และ เป็นเหมือนบทนำให้กับคนที่จะมาดู PortfolioและResumeเรา เรียกได้ว่าเป็นโอกาสที่เราจะได้พูด ถึงความตั้งใจในการสมัครงานนี้ .... ลิงค์ไป ข้อมูลเพิ่มเติม

coverletter

เอกสารอื่น (Optional) :
จดหมายรับรองทางอาจารย์, บุคคลที่มีความน่าเชื่อถือที่แนะนำเกี่ยวกับเรา (Recommendation Letter) และ ใบทรานสคริป (Transcripts/ใบเกรด/ใบจบการศึกษา) เป็นตัวอย่างเอกสารที่ บางบริษัทจะขอดูด้วย หรือ บางทีเราก็ควรจะส่งไปด้วย (แม้ว่าเขาจะไม่ได้ขอดู) สำหรับนิสิต นักศึกษาที่เพิ่มจบใหม่อาจจะต้องใช้จดหมายรับรอง และใบทรานสคริป ในขณะที่คนที่ทำงานมาสักพักจะไม่ต้องใช้ หากบริษัทที่รับสมัครไม่ได้ขอ แต่หากมีเอกสารเพิ่มเติมดังกล่าวเราก็ควรจะแนบไปด้วย เพราะทำให้ผู้ว่าจ้าง(ในอนาคต)เค้าเห็นข้อมูลเชิงสนับสนุนในตัวเราเพิ่มขึ้น หากไม่ได้แนบไปก็ควรจะลงท้ายในจดหมาย หรือ เรซูเม่ว่าหากต้องการเอกสารเพิ่มให้แจ้งจะทำการจัดส่งไปให้เพิ่มเติม ยกตัวอย่าง ตอนจอมสมัครงานตั้งแต่ฝึกงาน จบใหม่ หรือ ทำงานมาแล้ว3ปีแล้วไปสมัครที่ใหม่ ก็ไม่ใช่ว่าใช้ทรานสคริป และ จดหมายรับรอง(Recommendation letter)ไปซะทุกครั้ง จอมใช้แค่ตอนเรียนจบใหม่ สมัครมาทำงานอเมริกาเท่านั้น ส่วนหลังจากนั้นจอมใส่ในจดหมายว่าหากต้องการเอกสารเพิ่มให้แจ้งจะทำการส่งไปให้เพิ่มค่ะ

การสมัครงานเป็นโอกาสที่ทำให้คุณได้ประมวล รวบรวมงานมาเล่าเกี่ยวกับพลังการออกแบบในตัวคุณอย่างเต็มที่ ถ้าเกรดดีได้ทุนก็ใส่ลงไปเป็นภาษีที่ดี ใช้สิ่งเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์ แต่ถ้าเกรดไม่ดี ทุนก็ไม่ได้ อาจารย์ก็ไม่รัก อันนี้ก็ไม่เป็นไรอีก เพราะตอนนี้มันขึ้นอยู่กับจากนี้ไป ว่าคุณจะเตรียมตัวเล่าเรื่องยังไงในชุดสมัครงานของคุณ ตราบเท่าที่คุณเชื่อในพลังงานออกแบบของคุณ และดึงใจความสำคัญของมัน และตัวคุณออกมาได้ สำหรับจอมจอมว่า ทุกคนมีโอกาสเท่ากันตรงนี้ อยู่ที่คุณจะดึงความสามารถในตัวออกมาใส่มันเท่าไหร่

สมัครงานแต่ละประเทศ ดูเอกสารต่างกันไหม?

การสมัครงานในแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกัน ทั้งนี้ถ้าเทียบประเทศไทยกับประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ สิงคโปร์ ประเทศไทยมีความเป็นไปได้ในการที่จะมองดูเกรดเป็นตัวช่วยตัดสินเยอะกว่า ในขณะที่อเมริกาและสิงคโปร์ (จากที่จอมทำงานที่อเมริกา และสิงคโปร์มา10ปี) ตัวเลขของ GPA แทบไม่เคยอยู่ในบทสนทนา แต่ทุกคนว่ากันด้วยความสามารถและ พอร์ตฟอลิโอ แต่ว่าตัวเลขก็ควรใส่เข้าไปเป็นข้อมูลมาตรฐาน

แล้วไปสมัครงานต้องมีทั้งสามอย่างนี้เป็นอย่างน้อยจริงๆเหรอ?

Apllication package ที่ประกอบด้วย 3 อย่างนี้ จัดเป็นองค์ประกอบพื้นฐาน ที่ควรต้องมีค่ะ ถ้าน้อยกว่านี้ เรียกว่าน้อยกว่ามาตรฐานค่ะ ถ้าได้งานถือว่าโชคดีเลยทีเดียวค่ะ แต่จอมไม่เชียร์ให้ทำน้อยกว่าสามอย่างนี้ เพราะแต่ละอย่างมี่คุณค่าในการเล่าเรื่องตัวของเราทั้งนั้น และอีกอย่างบริษัทส่วนมากก็รอดูสามอย่างนี้ ถ้าเรามีไม่ครบ...ก็อาจจะอดนะคะ ;)

ใครจะไม่อยากจะได้งานที่ชอบเนอะ? แต่การที่จะได้สิ่งที่ชอบ เราก็ควรจะเตรียมเอาของไปแลกให้สมน้ำสมเนื้อกับสิ่งที่เราต้องการ เราเลยต้องเตรียมตัวกันหน่อย ยิ่งที่ที่การแข่งขันสูง เรายิ่งต้องจัดหนักจัดเต็ม เพราะเราไม่รู้หรอกว่าเราต้องแข่งกับใครบ้าง ทำให้เต็มที่ดีกว่าค่ะ

จอมเคยสมัครงานออกแบบภูมิสภาปัตย์ในชีวิตมาก็และได้รับเข้าทำงานจริงๆก็ 7 ที่ที่สมัครค่ะ ทั้งในประเทศไทย 2 ที่ ประเทศสิงคโปร์ 2 ที่ และ อเมริกาอีก 3 ที่ค่ะ (มีที่ที่ได้แล้วไม่เอาก็มี ไม่นับนะ) จากนั้นพอมาทำงานอเมริกาสักพัก เค้าก็เริ่มให้ช่วยคัดเลือกคนมาทำงาน เลยได้มีโอกาสดูและคัดเลือกเอกสารสมัครงานของคนที่มาสมัคร ก็เห็นได้ว่ามีระดับคุณภาพที่หลากหลายมาก และพอต้องมาตัดกันเค้าใช้อะไรในการคัดเลือก เวลาต้องกรองจากเอกสาร 100 กว่าคนให้เหลือ Best 10 มันต้องทำยังไง

จอมคิดว่า..จอมน่าจะพอแชร์ความรู้และเทคนิคในการสมัครงานที่เป็นประโยชน์กับนักออกแบบรุ่นใหม่ได้ ทั้งจากที่จอมเคยสมัครมาเองและได้งานมาแล้ว และจากการเป็นกรรมการคัดเลือกคนมาทำงานที่ออฟฟิสที่อเมริกา

ในบทความ อื่นๆจอมจะพูดถึงการทำพอร์ตฟอลิโอ เรซูเม่ และ จดหมายนำ อย่างละเอียด

*สำหรับใครที่อยากได้คน มาช่วยดู ช่วยคอมเม้นท์ Portfolio อย่างละเอียด และอยากรู้ว่า วิธี ทำให้ Portfolio ของตัวเองเจ๋งขึ้นไปอีกขั้นต้องทำอย่างไร ตอนนี้ทาง DreamAction รีวิวให้ฟรี เดือนละ 1 คน ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ คลิกเลย Portfolio Review



Jom Naknakorn

Jom Naknakorn

ภูมิสถาปนิกประสบการณ์10ปีในบริษัทแนวหน้าระดับโลก อ่านเรื่องราวของจอมได้ที่ "จากเด็กสถาปัตย์ธรรมดาๆสู่10ปีในบริษัทแนวหน้าระดับโลก" ถ้ามีคำถามติดต่อหาจอมได้เลยนะคะ