เป็นกราฟิกดีไซเนอร์และนักวาด ที่ดีที่ประสบความสำเร็จ ได้ยังไง?

เมื่อคุณได้เลือกแล้วตั้งใจแล้วว่า จะมุ่งหน้าทุ่มเทให้กับงานสายสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะงานออกแบบ หรือ งานวาดภาพประกอบ หรือจะทำทั้งสองอย่างสร้างงานที่เกิดจากส่วนผสมที่ลงตัวแบบของคุณ แน่นอนเราก็อยากทำได้ดี แล้วมีสิ่งควรรู้ ควรทำ คือ อะไรบ้าง? ที่จะทำให้นักออกแบบนักวาดอย่างเรา ประสบความสำเร็จได้จริงๆ

ในตอนนี้ เราจะมาบอกสิ่งที่สำคัญ สำหรับนักวาด 5 ข้อ และ นักออกแบบอีก 5 ข้อ ที่จะทำให้ประสบความสำเร็จได้

5 ข้อ สู่การประสบความสำเร็จในงาน Illustration

1. ทำงานแนวที่ลูกค้าต้องการได้ และตรงตามบรีฟ

การที่เป็นนักวาดภาพประกอบ เราต้องสามารถทำงานแนวที่ลูกค้าต้องการได้โดยที่ไม่บ่นและไม่ทำตัวยุ่งยาก ยกเว้นคุณจะมีชื่อเสียงมากๆ คุณอาจจะสามารถเลือกงานได้บ้าง นอกจากนั้นเนี่ยเป็นการทำงานแนวที่ลูกค้าต้องการและตรงตามบรีฟ ที่ลูกค้ากำหนดทั้งนั้น การที่คุณทำงานตามบรีฟไม่ได้ ทำออกมาแล้วติสท์แตก  ต้องการจะทำแนวของตัวเองโดยไม่สนใจว่า Project นั้นเขาต้องการสไตล์ไหนโทนเป็นยังไง มันทำให้คุณเสียงานเสียเครดิต มีนะตอนที่เราทำปกนิยายแล้วเราอยากวาดสไตล์ที่มันอาร์ตนิดนึง เราก็พยายามเปลี่ยนหัวแปรง ทำอะไรที่มันไม่ใช่แนวป๊อป แล้วสุดท้ายงานก็โดนรีเจ็ค หรือว่าโดนตีกลับต้องแก้ ซึ่งมันก็เสียเวลาเปล่าๆค่ะ ถ้าคุณอยากทดลองให้คุณไปทดลองในงานส่วนตัวแทนจะดีกว่าค่ะอย่าเอางานจ้างมาทดลองเทคนิคหรือว่าทดลองอะไรใหม่ๆเลยเพราะว่ามันไม่เวิร์ค

2. มีเวลาพอที่จะทำงานส่วนตัวบ้าง

งานส่วนตัวนั้นจะทำให้คุณพัฒนาขึ้น ถ้าคุณว่างคุณควรมีเวลาที่จะทำงานส่วนตัวเพราะว่า งานส่วนตัวมันเปิดโอกาสให้คุณได้ทำในสิ่งที่คุณอยากทำจริงๆ ทำให้เสียงในหัวของคุณได้รับการตอบรับ แล้วก็ทำให้คุณสามารถทำในสิ่งที่คุณต้องการจริงๆได้โดยที่ไม่ต้องคำนึงถึงเรื่องเงิน ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมากเพราะว่าสไตล์ที่คุณอยากจะทำจริงๆมันอาจจะเป็นที่ต้องการของตลาดได้เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มันอาจจะมีแบบบังเอิญมีคนมาเห็นโซเชียลเน็ตเวิร์คของคุณแล้วเขาชอบงานของคุณมาจ้างงานคุณก็ได้ ถ้าคุณมีแต่งานที่ไม่อยากทำอยู่ใน portfolio คุณก็จะได้งานแบบนั้นค่อนข้างเยอะ มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ดีใช่ไหมคะ

3. มีเงินเก็บ ออมเงิน ลงทุน เหมือนอาชีพอื่นๆ

การที่คุณมีเงินเก็บ สิ่งที่สำคัญก็คือเงินที่เหลือมากกว่า ไม่ใช่ว่าหาได้เท่าไหร่ แต่เป็นเหลือเก็บเท่าไหร่ แต่ถ้าคุณเรียกว่าเงินเหลือคุณจะไม่มีเงินเก็บเลย ทางที่ดีคือคุณควรหักก่อน 10%  เข้าบัญชี เหลือเท่าไหร่ใช้เท่านั้น เอาเงินไปเอาเงินไปลงทุนบ้าง ตามแต่จะสะดวก โดยลงทุนในเครื่องมือที่ถนัดและรู้ตัวดีว่าสามารถควบคุมได้ เพราะว่านักวาดภาพประกอบอาชีพนี้มีรายได้ไม่แน่นอนบางวันเงินอาจจะเข้าเยอะมากบางวันมันอาจจะไม่เข้าเลยเพราะฉะนั้นต้องเตรียมตัวให้พร้อมในยามที่ลำบาก

4. มีความสุขในการทำงานแต่ละชิ้น

การที่คุณมีความสุขในการทำงานแต่ละชิ้นมันทำให้คุณนั้น รู้สึกปลดปล่อย และคุณก็จะสามารถทำงานได้ดี โดยที่คุณอาจจะไม่ต้องใช้การตลาดอะไรอื่นๆเลยด้วยซ้ำ ถ้าคุณมีความสุข คุณทำงานได้ดี งานคุณสวย เวลาคุณโพสต์ลงไปลงโซเชียล คนก็จะรับรู้เอง ว่าคุณมีความสุขกับงานมาก แล้วคุณก็ทำออกมาได้ดีมากด้วย งานจะเป็นตัวตัดสินทุกอย่าง มองงานแล้วจะรู้ทันทีว่าคุณกำลังมีความสุขหรือไม่ ดังนั้นความสุขเป็นส่วนประกอบสำคัญในการที่จะทำให้งานของคุณออกมาดี พยายามวาดรูปตอนที่กำลังมีความสุขหรือไม่ก็ถ้ามีความทุกข์ก็พยายามเปลี่ยนแปลงพลังงานให้เป็นพลังงานด้านบวกให้ได้ ก็พยายามวาดรูปตอนที่เราเศร้า  อาจจะได้ภาพออกมาอีกอารมณ์หนึ่งก็ได้

5. ไม่ล้มเลิกความฝันของตัวเองและลงมือทำอย่างต่อเนื่อง

ไม่ล้มเลิกความฝันของตัวเองหมายความว่า คุณจะต้องตั้งเป้าหมายและซอยเป้าหมายเป็นเป้าหมายเล็กๆค่อยๆทำไม่ต้องเครียดมาก ไม่ต้องเป็นเอาตายกับมัน ได้ก็ดีไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เพราะว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสุขภาพของคุณ ทำแต่พอดีแต่ต่อเนื่อง สักวันความพยายามของคุณมันก็จะเป็นผล มันก็จะออกดอกออกผลในสิ่งที่ดีงามที่คุณทำเอาไว้ มันจะทำให้คุณประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานในเรื่องอื่นๆ ถ้าคุณไม่คิดและไม่ตั้งเป้าหมายไว้ก่อนคุณก็อาจจะไม่ได้ในสิ่งที่ตัวเองร้องขอ เพราะคุณไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไร และจะไปที่ไหน แต่ในกรณีนี้ถ้าคุณรู้ตัวแล้วว่าคุณอยากไปที่ไหน ให้คุณมุ่งมั่น พยายาม ก้าวเดินทีละก้าวและฝ่าฟันไปจนถึงจุดมุ่งหมายในชีวิตของคุณได้

5 ข้อ สู่การประสบความสำเร็จในงาน Design

1. Skeptical กล้าตั้งคำถาม และพร้อมจะพลิกมุมมอง

การจะเป็นนักออกแบบ เราไม่ได้เป็นแค่คนที่สร้างของสวยๆ ทำตามแบบที่คนเค้าวางมาก่อน แล้วเค้าว่าดี ก็ทำตามไปเรื่อยๆ แต่เรามีหน้าที่สร้างสิ่งที่ดีกว่าวันเก่า เราเป็นคนที่ต้องริเริ่มคิดค้น ทดลอง และการที่จะทำให้งาน หรือ ความคิดของเราใหม่ได้ แปลว่า เราต้องกล้าที่จะตั้งคำถาม คอยตรวจสอบความจริงของสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และพร้อมที่จะลองพลิกมุมมอง ทดลองสิ่งใหม่ๆ เพื่อหาคำตอบใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิม

ในที่นี้ ไม่ได้แปลว่าให้ช่างแย้งไว้ก่อน เอะอะๆแย้งหมด ของเก่าผิดหมด แต่กล้ามองอย่างแตกฉาน เป็นกลาง และหลากหลายมุม ก่อนจะตัดสินว่าเราจะออกแบบ หรือเลือกทางออกอะไรให้กับชิ้นงานนี้

2. Optimistic มองโลกในแง่ดี แต่ไม่ใช่โลกสวย

ชีวิตคนเรา หรือแม้แต่การงานมีขึ้นมีลง แต่บทบาทหนึ่งที่นักออกแบบถือไว้ในมือ คือ นักสร้างโอกาสในการพัฒนาสถานการณ์ หากเรามองทุกอย่างๆสิ้นหวัง โลกนี้มีแต่ปัญหาที่แก้ไม่ได้ นั่นคือเราพลาดอย่างที่สุดในการเป็นนักออกแบบ แต่เราต้องยอมรับปัญหา มองปัญหาให้กระจ่าง และมองหาโอกาสในการแก้ ในการทำให้มันดีขึ้น

การจะผ่านจุดนั้นไปได้ ต้องเริ่มจากการปรับมุมมอง ให้รู้จักการมองโลกในแง่ดี แต่ในที่นี้ไม่ใช่โลกสวย แบบอะไรก็ดีไปหมด เพราะถ้าทุกอย่างบนโลกดีหมด เอาจริงๆ เรานักออกแบบก็งานลดลงไปได้เช่นกัน (ความจริงก็คือ ไม่มีอะไรสมบูรณ์ เราเลยมีงานทำนะจ๊ะ)

ลองสังเกตสถานการณ์โลก และตั้งคำถาม เชื่อในโอกาส และการพัฒนา และมุ่งหาทางทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีขึ้น เพราะนั่นคือหน้าที่ของนักออกแบบอย่างเรา

3. Evolving หมั่นศึกษา material ใหม่ๆเสมอ

นักออกแบบต้องคอยอัพเดทความรู้ และเท่าทันเทคโนโลยี และเท่าทันโลก ไม่อย่างนั้นเราจะสร้างอนาคตที่ดีกว่าวันนี้ได้อย่างไร ถ้าเรารู้แต่เรื่องเดิมๆ ของเดิมๆ

ความรู้ของนักออกแบบนั้นนอกจาก ความรู้เฉพาะทางในสายที่ตนเองถนัดแล้ว ความรู้ทั่วไป ความรู้รอบด้านก็มีส่วนในการสร้างแรงบันดาลใจ การต่อยอดทางความคิดให้เราได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น การจะเป็นนักออกแบบที่ดี ไม่ใช่วันวันนั่งกับโต๊ะ ทำแต่งาน คิดวนๆในหัว แต่ออกไปค้นหาความรู้ใหม่ๆ รู้จักสิ่งใหม่ๆที่ไม่คุ้นเคยเสมอ

งานของเราไม่ได้มีหน้าตาตายตัวแบบเมื่อวานเสมอไป แต่เราพร้อมที่จะเติบโตไปกับสังคม โลก และเทคโนโลยี โดยการใช้องค์ความรู้พื้นฐานทางกระบวนการออกแบบ ประกอบกับศาสตร์ต่างๆ ความรู้ใหม่ๆ เพื่อสร้างสิ่งที่ดียิ่งขึ้น

จงหมั่นศึกษา ค้นคว้า เปิดโลกเสมอ

4. Reliability เป็นคนที่วางใจ เชื่อถือได้

เรื่องของความวางใจในที่นี้ เราไม่ได้พูดกันแค่เนื้องาน ผลลัพธ์สุดท้ายที่ออกมาของผลงานที่ส่ง แต่ว่ามันไปถึงวิธีการทำงาน การสื่อสาร ที่สะท้อนมาจากทัศนคติ และการตัดสินใจของคนคนนั้น

ไม่มีใครอยากทำงานกับคนที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ไม่รับผิดชอบ ไม่สื่อสาร และลูกค้าไม่สามารถวางใจว่าจะได้รับงานจากเราเมื่อไหร่ ไม่ว่าคุณจะเก่งค้ำฟ้า เป็นซุปเปอร์สตาร์ ดังกว่าไอดอล อย่างไรก็ตาม

สิ่งที่สำคัญที่สุด คือต้องทำงานให้มีความเป็นมืออาชีพ เก่งด้วยฝีมือ แต่อย่าได้ทิ้งความ Professional ในการทำงาน คือ ไม่ใช่แค่ส่งงานที่ดี แต่ต้องทำให้คนทำงานกับเราได้ เราต้องสร้างความมั่นใจให้เพื่อนร่วมงาน และลูกค้าได้ด้วย ถึงจะประสบความสำเร็จ

หลายคนมองง่ายๆว่า “ความติสแตก” คือคุณภาพประจำที่ต้องมี ของนักออกแบบ หรือ ศิลปิน แต่แท้ที่จริงมันคือ การเข้าข้างตัวเอง มักง่าย เพื่อกลบเกลื่อนให้คนนอกวงการยอมรับบุคลิกภาพและความเอาแต่ใจของคุณ นักออกแบบไม่ได้ต้องติสแตก ทำตามใจ ไร้ระบบกันไปหมด มันเป็นนิสัยส่วนตัวของคน ที่บังเอิญเจอในคนสายนี้หลายคน แต่อย่าถือเป็นของขลัง ของดี ของต้องมีของวงการ

ถ้ามีความติสในตัว มืออาชีพ จะเก็บเอาไปใช้แค่ในกระดาษ ในชิ้นงาน ไม่ใช่เอาไปใช้บนความสัมพันธ์และการสื่อสารกับคนอื่น

ถ้าคุณผ่านข้อนี้ไปได้ คนจะอยากทำงานร่วมกับคุณ เพราะคุณเป็นทั้งคนมีฝีมือ และทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น โปรสมเป็นมืออาชีพจริงๆ

5. Creativity & Problem solving ใส่ใจในการสร้างสรรค์ ไม่หวั่นต่อการแก้ปัญหา

สนุก และอ้าแขนรับโจทย์ยากๆ โจทย์ใหม่ๆ โดยมีความมุ่งมั่นในการหาคำตอบใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์ให้กับงาน ให้งานเป็นยิ่งกว่างานที่แก้ปัญหาได้ แต่ทำให้การเกิดขึ้นมาของมัน เป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อโลก ต่อสังคมไปอีกขั้น

ระดับแรก คุณเริ่มได้จากการสร้างงานที่ดี ที่ลูกค้าพอใจ สวย ได้รับการยอมรับ

แต่เมื่อคุณพร้อมจะก้าวและพัฒนาไปให้เหนือกว่ามาตรฐาน คนธรรมดาที่ใครๆก็ออกแบบแทนคุณได้ ให้คุณมาคิดถึงผลของงานออกแบบ ที่มากกว่าแค่งานเสร็จ งานจบ แต่เป็นงานที่สร้างความแตกต่าง สร้างคุณค่าใหม่ ที่มากกว่าที่โลกคาดถึง หรือมากกว่าที่โจทย์ร้องขอ วันนั้นคุณจะพัฒนาไปอีกระดับขั้น

ฟังดูอาจจะยิ่งใหญ่ แต่จริงๆมันคือธรรมชาติของนักออกแบบที่ดี ที่ประสบความสำเร็จเลย

เพราะหน้าที่ของนักออกแบบอย่างเรา ไม่ได้เกิดมาเพื่อแค่ทำงานตามรูทีน คิดตามเค้าสั่ง เราไม่ได้เดินเข้างานแปดโมง ตอกบัตรออกสี่โมงเย็น แล้วพอก้าวเท้าออกจากที่ทำงาน เราก็ไม่ใช่นักออกแบบอีกต่อไป เพราะสมองเรา Shut down เรียบร้อย ไม่ใช่แบบนั้น

ถ้าคุณเริ่มเป็นนักออกแบบจริง มันจะอยู่ในเลือด ในความคิดคุณ อย่างไม่หลุดไปไหน มันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของคุณ ที่คุณเดินไปไหน คุณจะมีความเห็นบางอย่างต่อสิ่งที่เห็นรอบตัว เช่น นักออกแบบกราฟิกก็จะมองว่างานนี้ดีไม่ดีอย่างไร สถาปนิกจะมองว่างานนี้เป็นอย่างไร สร้างมาอย่างไร คิดยังไงถึงได้แบบนี้ เป็นต้น

คนเหล่านี้ไม่ได้บ้างาน แต่เพราะการออกแบบมันเป็นธรรมชาติ เป็นส่วนหนึ่งของเขาไปแล้ว

ดังนั้น ทุกนาที ทุกลมหายใจ พลังในการพัฒนา พลังความคิดมันอยู่กับเรา

เราคือนักออกแบบ นักสร้างสรรค์ ในทุกนาที ดังนั้น ถ้าคุณอยู่กับมันอย่างมีความสนุก เอนจอย พร้อมลุยกับสิ่งใหม่ๆ ใช้เวลาในชีวิตเป็นการเรียนรู้เสมอ ทุกเวลา คุณจะได้เรียนการออกแบบ พัฒนาสมองเสมอ และโจทย์ของการออกแบบ มีให้เราสัมผัสรอบตัว

ถ้าวันนี้ยังรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะมันมากับความคุ้นเคยและเคยชิน ทำตัว ทำใจให้สนุก และพร้อมเรียนรู้ทดลอง ออกแบบ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆเสมอ

บทสรุป

ขอให้ทุกคนที่มีความตั้งใจ มุ่งมั่น พร้อมลงมือทำไม่ว่าจะสายออกแบบ หรือ วาดภาพ ประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ แม้ว่ามันจะไม่ง่าย และติดขัดในวันแรกๆ หรือ แม้แต่ลองไปสักพักก็ยังฝืดๆก็ตาม ขอให้สู้และผ่านมันไปให้ได้ ไม่มีความสำเร็จอะไรได้มาง่ายๆ โดยไม่พยายาม มันไม่ใช่การถูกหวยที่แค่ซื้อก็รอลุ้นแล้วจบ แต่มันมาจากมือคุณ การลงแรงของคุณเองที่ทำอย่างต่อเนื่อง

สุดท้ายแล้ว (จริงๆ)​ในเส้นทางนี้ คุณไม่ได้เดินคนเดียว และถ้าเหนื่อยคุณไม่ได้เหนื่อยคนเดียว ให้ค้นหาเพื่อนร่วมทาง คนที่เดินไประยะเดียวกับคุณ​และ คนที่เดินนำไปก่อน คนที่สามารถส่งต่อคำแนะนำ อาจจะเป็น Mentors ที่คุณสามารถเรียนรู้จากเค้า และช่วยต่อยอด แนะนำวิธีการพัฒนาให้คุณไปต่อข้างหน้าได้ดียิ่งขึ้น

คอร์ส “เรียนลัดตัดตอนครบวงจร Graphic & illust” ก็จะเป็นอีกที่ในโลกการเรียนออนไลน์ ทำให้คุณได้รู้จักมืออาชีพที่ผ่านงานออกแบบ งานวาดภาพประกอบมาก่อน ที่จะมาส่งต่อหลักการ เทคนิคที่สำคัญตั้งแต่พื้นฐาน และที่จำเป็นในการต่อยอด ที่เพียง 10 สัปดาห์ของการเรียนการสอนในคอร์สนี้ จะช่วยให้คุณติดเครื่อง พร้อทมออกตัวไปในทางของคุณอย่างมั่นใจ จะทำให้คุณมีความรู้เพื่อนำไปใช้ต่อ และก้าวสู่ความสำเร็จในด้านงานออกแบบ งานวาดได้ สนใจสมัครคอร์สนี้ ตอนนี้กำลังมีโปรโมชั่นค่ะไปดู รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย

 

May the force be with you

ขอพลังในการลงมือทำจงอยู่กับคุณ และความประสบความสำเร็จจะเป็นรางวัลที่รอคุณอยู่