(VIDEO) 7 เคล็ด(ไม่) ลับ ให้คุณ ก้าวหน้า ในงานและโปรเจค

หลายคนที่กำลังทำงาน เริ่มงานใหม่ๆในออฟฟิสใหม่ๆ หลายๆที เราอาจจะเกิดความคิด หรือ คำถามแบบนี้..

ทำไม...เค้าไม่ให้เราทำงานนั้นวะ เราถนัดกว่าคนนั้นที่ได้ไปตั้งเยอะ?

ทำไม...คนนั้นได้ทำอันนี้ แต่เราไม่ได้?

ทำไม...ไม่ให้เราไปทำงานแบบนั้นสักที?

ทำไม…เอาแต่งานแบบนี้มาให้เรา?

ทำไม...เค้าเอาอีกคนไปทำงานด้วย แทนที่จะเป็นเรา?

เคล็ดลับการทำงาน ให้สำเร็จ เลื่อนขั้น จริงๆเราทุกคน ก็คงเข้าใจกันอยู่แล้ว ว่ามันมีช่วงเวลาต้องใช้เวลาปรับตัว และแสดงความสามารถให้เพื่อนร่วมงาน จนถึงเจ้านาย ได้เข้าใจ แล้วบางทีงานที่เราได้มาก็มีชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง ถนัดบ้างไม่ถนัดบ้าง แต่ว่าจะทำยังไง ให้มันผ่านไปได้สวย ได้ดียิ่งขึ้น เราลืมอะไรไปรึเปล่า? มีอะไรที่เราทำได้อีกไหม?

แทนที่จะตอบทีละข้อ … มาจัดการกับการกระทำที่ทำได้จากตัวเราดีกว่า จอมขอให้อย่าไปสนใจคำถามที่กวนใจเราดังกล่าว แล้วมาเริ่มกันใหม่ โดยการปรับวิธีการในการจัดการกับงาน และรับมือกับมัน

สิ่งที่จอมจะพูดต่อไปนี้ ไม่ได้สำหรับแค่คนที่อยากจะโตในโปรเจค หรืองานที่ทำ แต่เหมาะกับทุกคนที่เริ่มทำงานใหม่ๆ-5ปี เลย หรือ เปลี่ยนที่ทำงานใหม่ เพราะว่า มันเป็นกุญแจสำคัญ ของการทำงานในองค์กร ในทีม ให้ประสบความสำเร็จ

มาดูกันว่า มีอะไรที่เราทำได้ และควรต้องทำบ้าง

เคล็ดลับการทำงาน ให้สำเร็จ เลื่อนขั้น

1.Initiate : เริ่มก่อน เดินนำ ทำเลย

Proceed / Advanced to Exhibit the skills and interest : Don’t wait, Initiate it

อย่ารอ ให้ใครมาบอกว่าต้องทำอะไร ถ้าเราเห็นว่ามีสิ่งที่ดีกว่า ที่ควรทำ เพื่อให้งานนี้ดีขึ้นกว่าเดิม

ไม่ว่าเค้าจะตอบรับสิ่งที่เราทำในท้ายที่สุดไหม แต่ที่แน่ๆ เราไม่ใช่มือปืน หรือเครื่องจักรที่ทำตามใบสั่ง แต่เราคิดและปรับทางเลือก ทางออกให้ผลงานออกมาดียิ่งขึ้น แล้วที่สำคัญ เค้าจะได้เห็นว่าเราทำอะไรได้ และสนใจอะไร ได้แสดงจุดแข็ง ที่อาจจะไม่มีใครคอยมายื่นโอกาสให้แสดงตัว

อย่ารอโอกาสให้คนหันมาบอกว่า... เธออยากทำไหม เห็นโอกาส ชิงบอกเลย ว่าอยากทำ

อย่ารอใครสั่งว่า 1-2-3-4 ถ้ารู้ว่าต้องทำอะไร ทำเลย หรือสื่อสาร ว่าจะทำแบบนี้นะโอเคไหม แบบนี้นอกจาก exhibit ว่าเราทำงานอะไรได้ ก็แสดงว่าเรามีความ organize ในระบบความคิด

จงเป็นคนกระตือรือล้น อย่ารอใครมาบอก..ให้เราทำดีกว่านี้ ค่อยทำ ทำให้ดีกว่านี้ ถ้ารู้ว่ามันมีทางที่ดีกว่า

เช่น… ตัวอย่างง่ายๆ

เราต้องทำแบบ Schematic Design เค้าบอกว่า ทำกราฟฟิคไปแค่นี้แหละ แต่เราพบว่า ถ้าเราทำอีกอย่างเพิ่มเข้า เข้าไปด้วยมันจะช่วยดัน Design ให้แข็ง และทำให้ลูกค้าเข้าใจ .. ก็ทำ

ตัวอย่าง..ส่วนตัว

จอมเคยทำโปรเจควางวิสัยทัศน์เมือง ที่ตะวันออกกลาง ที่ขนาดโครงการยาว 40 กิโล แถมเป็นที่ชัน ที่เส้นcontour ถี่มาก คือ ทุก 1 เมตร (โครงการใหญ่ขนาดนี้ คือ ละเอียดมาก) เอาง่าย แค่ file cad มันปาไปแล้ว 400Mb (ไม่มีขยะด้วย ข้อมูลล้วนๆ เปิดไฟล์ก็ 5 นาทีแล้ว) คือ Project Manager จอม สั่งให้ใช้ Sketchup การขึ้น Contour (เค้ารู้แค่นั้น..) เคล็ดลับการทำงาน ให้สำเร็จ เลื่อนขั้น แต่คือ... ในกรณีนี้ โปรแกรมนี่มันไม่เหมาะอย่างรุนแรง สิ่งที่จอมทำคือ.. ขัดคำสั่ง เพื่อให้งานดีขึ้น.. จอมใช้โปรแกรม Autocad Civil3D กับ 3DsMax ขึ้นTerrainและจัดการกับมัน ป้าปเดียว ขึ้นปั๊ป (ใช้ Sketchup ไม่ขึ้นฮะ Freeze, ดึงทีละStep ก็ทำไปอาทิตย์นึงละกัน แต่ Civil3D หรือ 3DsMax นี่ ปล่อยมันคิด 15 นาที ก็ออกมาเป็น Terrain แล้ว ) เอาเวลามาลองสองโปรแกรมยังเร็วกว่าใช้ Sketchup ทั้งอาทิตย์ บ้าไปแล้ว ใครจะเชื่อแก..

งานเสร็จ ออกมาดี ไม่มีใครบ่น...

กรณีนี้คือ คนออกคำสั่งคิดว่าตัวเองรู้เยอะกว่าและทำได้ดีกว่าคนลงมือทำเอง และอยากให้คนทำวิธีของตัวเอง แต่บทบาทของเราคือคนทำ เราก็ต้องค่อยๆบอกไปว่า...

“จะเอา 20 นาที หรือ 1 อาทิตย์?” พร้อมรอยยิ้ม.. :) ที่ว่ามา 20 นาที quality ดีกว่า 1 อาทิตย์ด้วยนะ..

และที่สำคัญ เราแสดงองค์ความรู้ของเรา ว่าอะไรที่ทำให้งานออกมาดีที่สุด อย่าฝักไฝ่แต่ฝ่ายไหน โปรแกรมไหน แต่ดูที่.."อันไหนเหมาะกับอะไรก็ทำ" Pick the right tools for the right job!!! ถ้าเรารู้จริง เราก็บอกว่าเราเข้าใจยังไง ให้ข้อคิด คำแนะนำอย่างที่รู้ ถ้าไม่รู้ก็บอกว่า ตรงไหนต้องหาคำตอบเพิ่ม

จากนั้นต่อมา เวลาโปรเจคอื่น ต้องทำ Productionที่ดูมีความท้าทาย หรือ มีข้อสงสัยใน Workflow แม้จอมจะไม่อยู่ในโปรเจคนั้น เค้าก็จะมาเรียกไปช่วยดูว่า ควรจะใช้ Workflow อะไร เพราะ จอมไม่ได้ลังเลที่จะเสนอทางออกที่ดีกว่า แม้จะขัดใจคนบางคน รวมทั้งเจ้านาย (แต่ไม่ได้หักหน้านะ..ต้องระวัง ไม่มีใครชอบหรอก) แต่เป้าหมายสำคัญที่สุดคืองานดีใช่ไหม? งั้น.. "Leave that to me, I will figure it out. I will make it great." แทนที่จะสอนเค้า เราบอกเลย เราจัดการหาทางออกเอง แล้วมันจะดีเอง

กล้าพูด ถ้าทำได้จริง

หรือ ตัวอย่างต่อมา

Propose

จอมคิดว่า มีอะไรบางอย่างที่ไม่สมบูรณ์ในที่ที่จอมอยู่ จอมก็ Propose เลยว่า ถ้ามีอย่างๆนี้ๆจะดีนะ

"ต้องมีโปรแกรมนี้นะ ไม่มีงานห่วยนะ เอาไหมคะ"

"นี่ลงทุนเท่านี้ แต่ได้คืนมาเท่านี้นะ"

สุดท้าย

ทุกอย่าง เราต้องเริ่ม อย่ารอคนอื่น... ถ้าเค้าไม่ให้ สุดท้ายก็แค่..ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในองค์กร แต่ในตัวเรา.. มันมีแน่.. เพราะทุกครั้งที่เรา Initiate หรือริเริ่มอะไร พลังของความเป็นผู้นำ มันเพิ่มขึ้นทุกครั้ง

ถ้าอยากตามคนอื่น... เอาแต่ตามที่คนสั่ง.. จอมไม่เห็นว่าเราจะก้าวหน้าได้ยังไง ถ้าคนๆนั้นไม่ได้จะอยู่เพื่อคอยดันเรา แต่..กรณีแบบนั้น สุดท้ายเราก็แค่โตได้ เพราะเกาะคนคนนึงโต ทำตามเค้าเราโต..

แล้วถ้าวันนึงเค้าไม่อยู่..เราทำไงวะ? ตายห่า.. หาใครเกาะใหม่..? งี้เหรอ?? อันนี้...แล้วแต่ แต่จอมไม่ไปเส้นนั้น

ริเริ่ม ลงมือทำ อย่ารอ อยากได้..ขอ และถ้าไม่มีใครทำให้ ลงมือทำเอง..



เคล็ดลับการทำงาน ให้สำเร็จ เลื่อนขั้น

2. Communicate : สื่อสาร

Speak up + Listen

State your desire and goal : บอกความตั้งใจ ความต้องการ สื่อสาร เพื่อให้เข้าใจตรงกัน และ รับฟังคนอื่นด้วย

อย่างที่บอกข้อแรกว่าอย่ารอ ลงมือทำเลย อันนี้ คือ ต้องเริ่มไปสื่อสารกับเค้าเองด้วย อย่าเอาแต่เก็บความต้องการ ความคิด ไว้ในใจคนเดียว

หากเรามีเป้าหมาย มีความต้องการ สื่อสาร และสอบถามว่า อยากทำแบบนี้ในโครงการนี้ หรือ โครงการหน้า ขอทำได้ไหม? หรือเค้าคิดว่ายังไง ถ้าเค้าบอกเรายังไม่พร้อม ก็กล้าถามต่อ ว่าเราขาดอะไร? จะได้ไปเติม

อย่ารอเค้าทำให้ แล้วคิดเองเออเองว่า แกต้องให้ตำแหน่งชั้นสิ แกไม่เห็นเหรอ ที่พูดนี่ไม่ใช่ประจบนะ คือ พูดตรงๆ หน้าซื่อเลย ว่าเรามีเป้าหมายยังไง เราต้องการอะไร แล้วเราอยากทำส่วนนี้ต้องทำยังไง การประจบมันคือ พูดเอาใจ เพื่อให้อีกฝ่ายพอใจ แล้วให้สิทธิพิเศษกับเรา อันนั้นไม่อยู่ในหลักสูตร … ไม่แนะนำ อยากทำ อันนี้เรื่องของใครของมัน แต่ไม่ใช่ทางสายนี้

ถ้าเราต้องการอะไร มันไม่แปลก ไม่แย่ ไม่ผิดที่จะสื่อสาร แต่มันกลับเป็นสิ่งที่ดี ตราบใดที่เราบอกเค้าว่า เราต้องการอะไร อย่างสุภาพ ไม่ทำให้ใครรู้สึกไม่สบายใจ

เรื่องงาน คือ เรื่องงาน

ตัวอย่าง

บางโปรเจค ที่มีคนที่เราไม่คุ้นเคยกันมาก่อน ทำงานด้วยกัน เค้าไม่ได้ รู้จักจอมดี และบางทีให้จอมทำงานบางแบบ ที่มันไม่ใช่...หรือเราทำได้เยอะกว่านี้ เค้าอาจจะไม่เห็น ก็ต้องคุยกัน.. บอกเค้าว่า เราทำไอ้นี่ได้นะ หรือ ถามว่า เออ ใครทำไอ้นี่ ไม่มี เราทำมานะ ถ้าอยากได้คนช่วยตรงส่วนนี้ เราถนัดก็ว่าไป

อย่างตอนแรกแรกที่ทำงานใหม่ๆ เนื่องจาก จอมถนัดออกแบบ และ Render มาก ก็เป็นปกติที่หลายโปรเจคจะมาเรียกจอมไปทำ Rendering ทั้งที่เราออกแบบเอง และเราไม่ได้ออกแบบ ทำให้หลายๆทีเราไม่ได้ทำงานแบบอื่น โชคดีก็อาจจะมีคนให้โอกาส เออนางควรต้องลองงานอีกแบบใหม่ๆ แต่เราก็ต้อง บอกเค้า..

"เออ เราอยากทำส่วน Design Development , Construction Document ต่อ เพราะเราอยากเรียนเรื่องนี้ด้วย.."

เค้าถึงเออออ เนอะ

เออ แล้วก็ให้เราลองเริ่มไปทำงานแบบนั้น เพราะเราบอกชัดว่า เราชอบงานที่ทำนะ แต่เราอยากเรียนเรื่องอื่นด้วย เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย เราทำงานให้โปรเจคได้หลายด้านกว่าเดิม และเราได้พัฒนาตัวเอง

แต่ถ้าเราไม่สื่อสาร.... บางทีเค้าอาจจะลืมคิดให้เราก็ได้..

แล้วทำไมต้องรอให้ชาวบ้านมาคิดแทน..? สื่อสาร คุยกัน ไม่มีใครรู้ว่าเราต้องการอะไร ถ้าเราไม่บอก

นอกจากนั้น... อย่าลืมฟังคนอื่น... อย่าเอาแต่พูด.. ตั้งคำถาม รอฟังคำตอบ แลกเปลี่ยนความคิด อยากให้เค้าเข้าใจเรา เราต้องเข้าใจเค้าด้วย

นี่แหละ การสื่อสาร



เคล็ดลับการทำงาน ให้สำเร็จ เลื่อนขั้น

3. Monitor : สอดส่อง

Look for an opportunity

คอยมองหาโอกาส และ ดูว่าช่องทางอะไรที่ไม่ทันเห็น จะได้ไม่พลาดว่าเราต้องเดินไปหาอะไร

โอกาส ไม่ได้ลอยมา ไม่ได้มาเพราะมีคนบอก หรือเรารู้เองแต่แรก ใส่ใจสิ่งรอบตัว และดูว่า หลายๆสถานการณ์มันต่อยอดโอกาสอะไรได้ หรือ มีช่องทางอะไรที่ต้องดู เพื่อจะได้เตรียมการล่วงหน้าไว้ไหม

หลายคน ชอบรีบ ว่าแบบ เจอโอกาสแล้วต้องได้มันเลย คุณคะ.... คุณเพิ่งเจอก็ใจร้อนแล้ว คุณเตรียมตัวกับมันพอยัง มันใช้เวลาแค่นี้พอไหม.. ตอบตัวเองให้ได้ เพราะบางที หลังจากเห็นโอกาส เราต้องให้เวลามันอีก นะ… ทำใจกว้างๆ ใจเย็นๆ ให้เวลา แต่มองหาโอกาสล่วงหน้าบ้าง แล้วเดินหามัน ไม่ใช่เจอ ปุ๊ปจะเอาวันนี้

ตัวอย่าง

มีเพื่อนบางคนที่เรียนป.โท ที่งานเค้าดีมากเลย แต่อาจารย์ประจำกลุ่มเค้าไม่ได้เป็นแนวส่งนักเรียนไปงานสถาปนิก หรือส่งไปประกวด ไม่เคยบอกนักเรียน แต่อีกกลุ่ม งานนักเรียนงั้นๆ แต่เค้าดันเอากลุ่มเค้าไปส่งประกวด แต่ไม่ได้มองทั้งระดับชั้น สรุป คนที่เก่งๆ ดีดี อยากไปสมัครแบบนั้นเหมือนกัน .. ไม่ได้ไป

ถามว่าใครผิด? อาจารย์ที่ไม่มองเด็กทั้งชั้น หรือ ว่านักเรียนที่ไม่สอดส่องโอกาสดีพอ? ไม่มีใครผิด ทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง

แต่…นี่แหละ จอมเลยบอกว่า โลกนี้มันเป็นแบบนี้ ดังนั้น สอดส่อง มองโอกาส เพราะเราอาจจะเสียดายที่พลาดอะไรหลายๆอย่างไป เพราะเราไม่รู้ว่ามันมีโอกาส มีช่องทาง บางทีถ้าเพื่อนคนนั้น เค้ารู้แต่แรกว่า เค้าอยากจะส่งประกวดงานสถาปนิกแบบนั้น เค้าน่าจะเล็งแต่แรก แล้วหาทางว่า ต้องทำไง ไม่ใช่ น้อยใจว่าอาจารย์ไม่เห็น

เพราะเออ.. อาจารย์ไม่เห็น เลยต้องย้อนไปข้อที่ 2 สื่อสาร เค้าเลยเห็นเรา

แต่เอาจริงๆ คือ เราไม่ได้เล็งโอกาสนั้นไว้แต่แรก แค่เรา Qualify กว่าคนอื่น ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องได้มัน.. การประกวดที่เราไม่ได้เข้าแข่ง ..​เราไม่มีทางจะชนะหรอก

ดังนั้น... สอดส่อง หาโอกาส จะได้ไม่พลาดว่าเราต้องเดินไปหาอะไร



เคล็ดลับการทำงาน ให้สำเร็จ เลื่อนขั้น

4. Think good : คิดให้ดี

Keep the good thought, stay in good moral. อย่าไปอิจฉา

ความอิจฉา ถ้ามีก็ยอมรับตัวเอง แล้ว deal with it ! มันเป็นปัญหาของเรา.. ไม่ใช่เพราะคนอื่น

คนจิดใจเข้มแข็ง เค้าต้องยิ้มให้ความสำเร็จคนอื่น ไม่ใช่ แอบมาน้อยใจ แล้วไปพาลอิจฉา อิจฉา เค้า เราก็ร้อนข้างในเราเอง... เหนื่อยออกนะ.. เข้าใจ ว่าบางทีมันห้ามไม่ได้หรอก ความคิดนี้ มันมาเอง แต่พอมา ก็จัดการกับมันดีดี..​อย่าปล่อยมันเลยตามเลย ควบคุมตัวเองนิดนึง เราเท่านั้นที่คุมใจเราเองได้

อิจฉา คือ การที่เราดูถูกตัวเอง และลดคุณค่าตัวเองลงไป แถมเปิดช่องให้เอาความไม่สบายใจเข้ามาใส่ตัว

เค้าได้ดี เราก็ดีใจกับเค้า ส่วนตัวเราถ้าคิดว่าดีไม่พอ..ก็พาตัวเองให้ดีกว่านี้ ชีวิตใครชีวิตมัน มันมีกลไกในชีวิตของมัน ว่าทำไมเค้ามีในสิ่งที่เราไม่มี แต่เราก็มี ในสิ่งที่คนอื่นไม่มีเช่นกัน

มองตัวเองด้วย อย่ามัวแต่...เอาตาไปมองคนอื่น


Exhibit the right energy

แสดงพลังดีดี ความคิดดีดีให้คนอื่นเห็น อย่าแสดง อารมณ์ความหงุดหงิดต่อคน อย่าแสดงความเครียดต่องาน อย่าแสดงว่าเราเบื่อหน้าแม่งเหลือเกิน อย่าแสดงว่าเราโคตรเบื่องานแบบนี้เลยให้ตายเหอะ เพราะ..คนอยู่ด้วย..เค้าไม่โง่นะ..​เค้ารับรู้ได้ แล้วถ้าเค้ารับรู้ได้ แต่เราไม่เคลียร์กัน แล้วยังไง? มันก็สงครามเย็นไง! แล้วมันจะ healthy มะ บรรยากาศจะดีมั๊ย เราจะทำงานได้ดีไหม พากันไม่ healthy ไปหมด



Throw away your ego, it cannot supports you, but use your self-esteem.

อัตตา หรือ ความยึดมั้นในความเป็นตัวตน ของเรา มันมีกันทุกคนแหละ อัตตา หลายที ที่เป็นส่วนที่ทำให้เราโมโห ทำให้เรารู้สึกว่า โดนกด โดนทับ โดนหยาม บลาๆ อัตตา เวลาออกมาสู่ surface ข้างนอก มันไม่ค่อยเท่ห์หรอก มันอยู่ข้างในนิ่งๆของมันแหละ ดีแล้ว เอาจริงๆ ไม่มีใครมาทำอันตราย ทำลายมันทิ้งได้หรอก ปล่อยคำพูดชาวบ้าน ที่มากระทบใจไปเหอะ

แต่สิ่งที่จะส่งผลดี คือ ความเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่ใช่ อัตตา มันต่างกัน



เคล็ดลับการทำงาน ให้สำเร็จ เลื่อนขั้น

5. Be a good team-member : เราเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีกับคนอื่นรึเปล่า?

Be a person others comfortable to work with. Even you are a boss or staff… No one wants to work for the hateful people.

อันนี้ สั้นๆ ง่ายๆ จงเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี ถ้าทำให้คนอื่น Energetic สนุก เวลาทำงานกับเราได้...​เลิศมาก แต่ถ้าไม่ได้ อย่างน้อยก็ให้เค้าไม่รู้สึกอะไร โอเค เรื่อยๆ …

แต่ที่ไม่ควรเลย คือ ทำให้คนอื่นทำงานร่วมกับเรา แล้วไม่รู้สึกไม่ดี รู้สึกต้องเกรงกลัว เกรงใจ ระวังจะกระทบใจเรา

การเป็นทีม มันไม่ได้แค่สร้างงานร่วมกัน แต่ในหลายๆที มันช่วยส่งเสริมกันและกัน

ถ้าเค้าทำงานดี ก็บอกว่าดี คำขอบคุณ คำชมเชย พูดได้ ไม่ตาย อย่าไปกระดาก ถ้าเราจริงใจ มันพูดได้ แต่อย่าฝืนพูดอะไรที่ไม่ได้คิด มัน fake Be nice, Keep it real.

หากต้องบอก แนะนำคนอื่น ก็ดูว่าเค้าพร้อมจะฟังไหม และคุยกันดีดี ให้ Constructive อย่า Offensive ไม่มีใครอยากโดนโจมตี เพราะทันทีที่เราโจมตี เค้าจะตั้งGuard (ธรรมดา ป่าววะ ใครจะยืนให้ต่อยวะ.. คนนะ ไม่ใช่กระสอบทราย)

เคารพคนที่เราทำงาน ถ้ามันหายาก ก็พยายามเหอะ พยายามหาข้อดีเค้าให้เจอ แล้ว focus จุดนั้นจะได้ทำงานกันได้ แล้วทำดีต่อกัน

นี่ไม่ใช่แค่เวลาเราเป็นลูกน้องนะ ที่ต้องทำ แต่พอเป็นเจ้านายก็ไม่ต่าง ไม่มีใครอยากทำงานกับคนที่ไม่น่าเคารพหรอก

เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี ส่งเสริมกัน และเป็น เจ้านายที่ดี ที่ส่งเสริมลูกน้อง





เคล็ดลับการทำงาน ให้สำเร็จ เลื่อนขั้น

6. Resilience : ล้ม แล้ว ลุก มีสปิริต มาลุยต่อ

Never afraid to fall back, but be quick to rise again. Persistence, perseverance. You will get it.

อย่ากลัวล้ม อย่ากลัวโดนปฏิเสธ

อย่างที่บอกมา 5 ข้อแรก มันเป็นสิ่งที่เราควรทำ แต่ถ้าเราทำแล้ว reaction มันกลับมายังไง นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เราคุมไม่ได้แล้ว บางที..เราอาจจะโดน Push back เวลาเราขออะไร บางที..เราอาจจะทำดีที่สุดแล้ว แต่มันยังไม่ถึง บางที..เราเสนอสิ่งดีดีไป เค้าไม่ฟัง บางที..เราเป็นคนดี แล้วโดนระบายอารมณ์ใส่ ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม ที่ทำให้เราหยุดชะงัก ล้ม ท้อใจ เข้าใจมัน ไม่ต้องร้องไห้ เสียใจนาน รีบล้มซะ แล้วลุกมาทำต่อ ล้มได้.. ล้มกี่ครั้งก็ได้ แต่ลุกให้เร็ว

ความสามารถในการฟื้นฟูความคิด และใจตัวเอง เป็น Skill ที่สำคัญมาก ที่จะทำให้เราผ่านปัญหาในชีวิตไปได้ แล้วเราจะไม่มีทางมี Skill นี้ได้เลย..​ถ้าเราไม่เจอปัญหา ไม่เจอความผิดหวัง ดังนั้นทุกครั้งที่ล้ม ถือว่าเป็นโอกาส ได้ฝึกตน

แต่ทุกครั้ง หัด ทำให้ดีขึ้น ลุกให้เร็วขึ้น

มันจำเป็น เพราะเราต้องเดินต่อ...

ลุกให้เร็ว



เคล็ดลับการทำงาน ให้สำเร็จ เลื่อนขั้น

7. Keep Improving : พัฒนาตนเองเสมอ

อย่าหยุดพัฒนาตัวเอง พอทำได้ครบก็ลองดูว่ามีอะไรต้องทำในสเตปต่อไปไหม พัฒนาทั้งในส่วนที่ต้องการ และส่วนที่บริษัท หรือ โปรเจคต้องการ

เพราะบางทีนะ สิ่งที่เราต้องการทำ ไม่ได้พอดีกับที่บริษัทอยากให้เราทำทั้งหมดหรอก บางที เราก็ต้องทำส่วนที่ไม่ชอบ ไม่สนุก แต่มันจำเป็นต่อความก้าวหน้าในอาชีพ แต่เราต้องชั่งใจเอง ว่ามันยังใช่สิ่งที่ต้องการไหม มันดีต่อเป้าหมายเราจริงรึเปล่า เราถึงกับต้องขายวิญญาณหรือไม่ ต้องหาbalance เอง

ส่วนอะไรที่เราเก่งแล้ว ก็ดี แต่อย่าลืมว่า ไม่มีอะไรเป็นสิ่งถาวรในชีวิต Skill ที่เรามีจะติดตัวเราไม่หายไปก็จริง แต่ว่าถ้ามันไม่งอกเงย.. วันนึงมันอาจจะไม่พอ แล้วจริงๆมันอาจจะไปได้มากกว่านี้ ดังนั้น อย่าหยุดพัฒนาตัวเอง อย่าเชื่อว่าเราดีที่สุด เชื่อว่า เรามีศักยภาพในการไปต่อ การดีกว่านี้ และเรายังดีได้อีก

เมื่อไหร่ที่เราคิดว่าเรารู้แล้ว เราดีแล้ว.. เราจะไม่รู้อะไรเลย.. ดังนั้น.. อย่าเป็นน้ำเต็มแก้ว.. เออ เรามีน้ำ แต่เรายังมีได้อีก..

อย่างที่ Steve Jobs เคยบอก "Stay Hungry, Stay Foolish”




7 DOs

ที่จอมบอกว่า 7 ข้อ ที่ทำให้เราเกิด เราเจิดจรัส และ ได้เลื่อนขั้น ที่ว่ามา คือ เราจะเกิด เราจะเจิดจรัสได้ มันต้องมาจาก"ความจริง" จากฝีมือเราเองจริงๆ ไม่ใช่ของเก๊ ไม่ใช่ปาหี่ ชงชงกันมา สร้างภาพไปวันวัน

แต่เรามีของแล้ว...มันต้องเกิด.. มันมีอยู่ แต่ถ้าเราไม่ดึงมันออกมา..คนก็ไม่เห็นป่ะ?

และการเลื่อนขั้น มันก็ต้องเป็นขั้นที่เราต้องการจริงๆ ไม่ใช่เห็นว่า ชาวบ้านเค้าไป แล้วเราอยากไปด้วย ทั้งที่ไม่ได้ชอบหรอก แต่มันเป็นของที่คนว่าดี เค้าฮิตกัน เลยอยากไป..

ถ้าอย่างนั้นเค้าเรียกขั้นหลอก ขั้นที่แท้จริง.. เราตั้งเองนะ อย่าหลงในสิ่งที่เราไม่ได้อยากได้ แต่เค้าบอกว่าต้องมี.. ถ้าใจเราไม่มีPassionในมัน เราก็ไม่ได้อยากทำหรอก

ทั้งหมด 7 ข้อเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่ช่วยในการพัฒนาตนเองในองค์กรณ์ และในโปรเจค และการสร้างสิ่งแวดล้อมในการทำงานที่ดี ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างความก้าวหน้าในการงาน เพราะถ้าทำให้งานดี ทุกอย่างดี ไปได้ดี มันก็พาภาพรวมทั้งหมดไปในทางที่ดี

จากประสบการณ์จอม การรอคนมาช่วย การรอคนมาดัน.. มันไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน ยั่งยืน แล้วสุดท้าย เราก็ไม่ได้พัฒนาตัวเอง แต่เราเดินไปได้ด้วยการเกาะคนอื่นไป

จอมใช้ทุกข้อที่ว่ามา ตั้งแต่เริ่มทำงาน บางอันก็ไม่ได้คิดเองได้ตั้งแต่วันแรกที่เจอปัญหา แต่ว่า มันมาจากการเรียนรู้ ประสบการณ์ และต่อสู้เพื่อให้อยู่กับมันได้ และได้ทำงานที่เรามีความสุข ที่เราชอบ และทำมันได้ดี อย่างที่เราตั้งใจตามเป้าหมาย

ลองปรับใช้ในสถานการณ์ของตัวเองดูนะคะ

ใครอยากดูเป็น VDO สรุปก็ดูได้ที่นี่ค่ะ



Jom Naknakorn

Jom Naknakorn

ภูมิสถาปนิกประสบการณ์10ปีในบริษัทแนวหน้าระดับโลก อ่านเรื่องราวของจอมได้ที่ "จากเด็กสถาปัตย์ธรรมดาๆสู่10ปีในบริษัทแนวหน้าระดับโลก" ถ้ามีคำถามติดต่อหาจอมได้เลยนะคะ