(VDO) Hard way VS Easy Way | ยาก หรือ ง่าย ไปไกลกว่ากัน?

เริ่มจากที่ว่า มีน้องคนหนึ่งมาขอสัมภาษณ์จอมไปประกอบการทำรายงาน และมีคำถามหนึ่งคือ มีอะไรแนะนำ สำหรับนักเรียนที่ต้องการพัฒนาในสายอาชีพไปไกลไกลไหม ว่าจะทำยังไงให้ Advance ไปได้ไกลๆ

What can we do to advance and prepare ourselves to be ready for the profession?

(จะพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้า และมีความพร้อมในการไปประกอบวิชาชีพได้อย่างไร)

สิ่งที่จอมตอบคือ นอกจาก เข้าใจในพื้นฐานอย่างครบถ้วน

เวลาที่มีโอกาสตรงหน้าให้เลือก เลือกสิ่งที่ยาก ก่อนจะเลือกสิ่งที่ง่าย เลือกสิ่งที่เราไม่ถนัด แต่ถ้าเราทำได้ เราจะเก่ง เลือกสิ่งที่มากกว่าแค่ใช้ชีวิตไปวันวัน ง่ายๆ คือ Go Hard Way

เช่น ตัวอย่างตามกรณี ที่น้องเค้าถามมา คือ ถ้าถึงคราวเรากำหนดหัวข้องานที่จะทำเองได้ เช่น ทีสิส อย่าเลือกหัวข้อง่ายๆ ที่ทำทำไปผ่านชัวร์ คือ เรามองเห็นหมากทั้งหมดแล้วว่า แบบนี้รอดตาย แต่เลือกสิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นหน่อย

ถ้าอยากให้โลกยอมรับเรา สนใจเรา ก็ต้องสนใจโลกก่อนค่ะ สร้างงานที่มันมีคุณค่าต่อสังคม ที่มากกว่าแค่เรารอดตายได้เกรดดี

ฟังดูยากใช่มะ แต่นี่แหละ คือ สิ่งที่จอมเรียกว่า Challenge หรือความท้าทาย เพราะมันไม่ง่ายไง เพราะมันยาก มีเรื่องใหม่ให้ต้องเรียนรู้เยอะ แค่ทำงานก็เหนื่อยแล้ว แต่ว่าถ้าเราไม่ออกจาก Comfort Zone ของตัวเราเองสักที เราก็จะโตได้เท่าที่เราสร้างกรงมาครอบตัวเองไว้ จอมเลยยกตัวอย่าง ทีสิส เพราะมันง่ายที่สุด แล้วจอมทำทีสิส ยากไหม? เลือกข้อยาก ที่อาจารย์ไม่ให้ทำค่ะ อาจารย์บอกว่า ยากไป ทำออกมาให้ดีดีมีความสุขดีกว่าไหม แต่ไปขออาจารย์ว่า หนูขอค่ะ หนูอยากทำจริงๆ หนูจะพยายามกว่าเดิม มากกว่าที่หนูเคยทำมาทั้งหมด จนวันนี้ ก็ดีใจนะ ที่เลือกทางที่มันยากกว่า คนเค้าคาดหวังในตัวเราไปแล้ว


Hard way or easy way, which is best for you?

คือ ถ้าถามว่า ท่ายาก กับ ท่าง่าย Hard way VS Easy Way ไปทางไหนดีกับเราที่สุด เอาจริงๆ จอมว่าอันนี้มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ ถ้าถามว่าอะไรที่ทำให้เราพัฒนาได้ดีที่สุด ทำให้เราผลักตัวเองไปได้ไกลที่สุด คำตอบเดียว Hard Way ฮะ ทางยาก

คือ อะไรง่ายๆ อยากทำก็ทำได้นะ ไม่ได้ผิดอะไร คนเรามันมีวันที่ต้องการพักบ้าง ไม่ได้จะมาบู๊ทุกวันหรอก แต่ว่า วันที่เราสามารถสู้ให้ตัวเองให้ พัฒนาตัวเองได้ มันมาก่อนวันที่เราชิล แก่ไปคืออยากจะบู๊ก็ไม่มีแรงนะ รอไปสโลว์ไลฟ์ตอนนั้น น่าจะเหมาะสมกว่า ที่มาสโลวตอนนี้ทำมีแรง แต่ดันไม่ลองทำอะไรเลย

ก็รู้แหละว่ายาก แต่ถ้ามันง่าย ใครใครก็ทำได้แล้วล่ะ

จริงๆจะทำอะไรง่ายๆก็ไม่มีใครว่านะ แต่ถ้าลองนึก ในกรณีที่มันมีการแข่งขันเกิดขึ้น ถ้าเราต้องไปแข่งกับคนอื่น เราเอาอะไรไปตัดกับเค้า เราก็ต้องดึงเอาอาวุธเด็ดสุดของเรา ท่าไม้ตายเราออกมาสู้กับเค้าน่ะแหละ แต่เรามีรึยัง จริงๆ ตอนนี้บางทีเราไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าคู่ต่อสู่เราหน้าตาเป้นยังไง แปลว่า เราไม่มี ก็ไม่ใช่ แค่เราไม่เห็นหน้าตาเค้า แล้วอย่างนี้ทำอะไรได้ นอย กังวล กลัวจังต้องไปแข่งกับใครก็ไม่รู้ ใช่ป่ะ จอมก็เป็นนะ

แต่สรุปสุดท้าย อะไรที่เราทำได้ เราทำได้แค่ยอมรับความยาก ความท้าทาย take the challenge แล้วทำให้มันดีที่สุด ในตอนนี้ที่เราทำได้ แต่ทำให้ดีกว่าที่เราคิดว่าเราจะทำได้ ใช้เวลาทุกวันให้คุ้ม ถ้าเราไม่หยุด สิ่งที่มันซ่อนอยู่ข้างใน ศักยภาพที่เราอาจจะไม่คิดมาก่อนว่าเรามี มันอาจจะออกมาก็ได้ อยู่ที่เราให้เวลามันมากพอรึเปล่า Unlock Potential ฟังดูสวย แต่ไม่ได้ทำง่ายๆ บางทีเราอาจจะต้องทำเพื่อะไรสักอย่าง ทำทำไมวะ ทำแล้วทำอีก แล้วมันไม่เวิร์คสักทีก็ได้ แต่มันอาจจะเพราะ มันแค่ไม่เวิร์คด้วย 99 วิธีแรกที่ทำ แตวิธีที่ 100 หนที่ 100นั้น มันอาจจะถึงคราวของมัน ที่มันจะสำเร็จก็ได้ แปลว่า อย่าคิดว่า อะไรจะง่าย ถ้ามันง่าย มันสบาย ใครๆก็มีได้เหมือนกันหมดแล้วล่ะ

ถ้าทุกคนมี เธอยังอยากได้จะได้มันไหม อ่ะ ถามจริงๆ

มันก็แค่ มันยากเว้ย เลยอยากได้ แต่ถ้ามีทางง่ายๆ ทางลัดไปถึง ที่คนอื่นไม่รู้ แต่เราแอบไปรู้มา เห..ไม่มีเหรอ อยากได้แบบนั้นอ่ะ

ใช่มะ

เข้าใจ อือม แต่มันไม่มีนะ ถ้ามี คือ มันใช้ได้ครั้งเดียว ถ้ามีคนใช้ไปแล้ว ท่านั้นมันไม่เวิร์คแล้วจ้ะ

ถ้าอยากจะลอง ก็ได้ แต่ไม่รับประกัน

สุดท้ายเลยบอกว่า ทางไหนที่ใช่ ทางไหนที่ทำถูกแล้ว มันจะอารมณ์แบบ ทำไมเหนื่อย ทำไมมันเหมือนมีอะไรต้องเรียนรู้ตลอดเวลา ทำไมมันมีแรงเสียดทานมาเป็นระยะ ไม่ต้องตกใจ มาถูกทางแล้ว เพราะมันจะไม่ง่ายหรอก

แต่เพราะไม่ง่าย ถ้าเราผ่านไปได้ กระบวนการนี้ จะถอดความห่วยเดิมที่เรามีทิ้ง และทำให้เราเก่งขึ้น เพราะมันยากไง ถ้าเราฝ่านไปได้ มันจะทำให้เราแกร่ง และเก่งกว่าเดิม เราไม่แย่กว่าเดิมหรอก สภาพจิตใจ อาจจะมีขึ้นลงบ้าง แต่มันปกติอ่ะ มีสุข มีทุกข์ มันมาคู่กันหมดแหละ คนเดินทางง่ายๆ ก็ไม่ทุกข์แบบนึง คนเดินทางยากๆก็มีอีกแบบไป อยู่ที่เราเลือกเอง ว่าจะไปทางยากหรือง่าย

วันนี้ก็เลยอยากฝากไว้ให้คิดกันต่อ ว่า จริงๆคือ แล้วแต่ว่าเราอยากจะไปทางไหน Hard Way or Easy Way แต่ถ้าทางที่ทำให้เราเก่ง ทำให้เราก้าวหน้า ทางง่ายมันไม่รับประกันเราหรอก ว่าจะถึงไหม ถ้าถึงได้คนไปถึงกันทุกคนค่ะ แต่เพราะทางมันยาก มันเลยทำให้เราเก่ง อยู่ที่เราจะเลือกทำ ตอนที่เรามีแรง หรือ โบ้ยไปก่อน แล้วสุดท้ายไม่ได้ลอกเลย แค่เพราะคิดว่ามันยาก อยากจะเก่ง มันเหนื่อยค่ะ เข้าใจ ไม่ใช่คุณเจอคนเดียว จอมก็เจอมาเหมือนกันค่ะ และถ้าวันนี้ทำเต็มที่ รู้สึกเหนื่อย มาถูกทางแล้ว มันเป็นแบบนั้นแหละค่ะ แต่เพราะสิ่งที่รอคณอยู่ข้างหน้า มันคุ้มที่คุณจะเหนื่อยให้มัน

มาสู้ด้วยท่ายากต่อไปด้วยกันค่ะ

Go Hard! Or Go Home!!!



Jom Naknakorn

Jom Naknakorn

ภูมิสถาปนิกประสบการณ์10ปีในบริษัทแนวหน้าระดับโลก อ่านเรื่องราวของจอมได้ที่ "จากเด็กสถาปัตย์ธรรมดาๆสู่10ปีในบริษัทแนวหน้าระดับโลก" ถ้ามีคำถามติดต่อหาจอมได้เลยนะคะ