อยากเรียนในสิ่งที่อยากเรียนจริงๆซักทีครับ แต่ปัญหาอยู่ที่ต้องมาทำในช่วงเวลาที่หาเลี้ยงตัวเอง

+2 votes
สวัสดีครับพี่จอม ผมขอเล่าย้อนไปในวัยเด็กหน่อยนะครับ
คือผมรู้ตัวเองว่าอยากเรียนดนตรีมาตั้งแต่ม.3แล้วครับ
อยากพูดภาษาอังกฤษได้ คิดไว้ว่าจะเรียนดุริยางคศิลป์มหิดลช่วง ม.ปลาย  
และเรียนต่อมหาลัยคณะศิลป์ศาสตร์อังกฤษญี่ปุ่น
แต่ที่บ้านไม่ให้ไปแล้วบอกว่าให้เราเล่นดนตรีเป็นงานอดิเรก
ผมจึงตามใจเขาเพราะรักครับ
เพราะคิดว่าพ่อแม่เขาหวังดีกับเรา
เชื่อฟังผู้ใหญ่ไว้ดีกว่า
จนสุดท้ายผมเรียนจบ ป.ตรี นิเทศศาสตร์สาขาวารสารศาสตร์ครับ
ผมเป็นคนเก่งมาก ทำได้ทุกอย่างเพราะขยัน
แต่ไปตกม้าตายเรื่องATTITUDE
เพราะตอนผมไปสัมภาษณ์ทุกอย่างดูดีมากตอนสัม
แต่ผมไม่ได้งานเลยซักงานทั้งๆที่เป็นคนเก่ง
จนมีผู้ใหญ่ท่านนึงบอกผมว่า ผมมีปัญหาเรื่องATTITUDE
คือผมไม่รู้ตัวเองนั่นเองครับว่า ผมเป็นใคร ต้องการอะไร อะไรคือสิ่งที่ผมชอบ
ผมอยากทำ อีกสองสามปีต่อไปจะเป็นอย่างไร
ผมฟังที่ผู้ใหญ่พูดและปฎิบัติตามเสมอ คำพูดที่ได้ยินบ่อยเวลาไปงานครอบครัวคือ
"ไม่เลือกงานนะ""สู้งานนะ""ทำอะไรก็ได้ทำไปก่อน""ทำเอาประสอบการณ์นะ"
"เขาสั่งอะไรก็บอกว่าผมพร้อมที่จะเรียนรู้งานนะ"

กว่าผมจะรู้ตัวก็เอางานทั้งหมดที่สมัครไปทิ้งลงแม่น้ำหมดแล้วครับ
แล้วงานข่าวสารสารเป็นงานเน้นCONTENTครับ ซึ่งCONTENTที่ผมชอบมีน้อยมากและคนดูน้อย คือกีฬาอเมริกันเกมครับ
ที่นี้ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมยังคงเรียนดนตรีอยู่ และมีโค้ชสอนที่ดีมากๆ
เรียนอาทิตละครั้ง
ผมเข้าถึงมันได้อย่างรวดเร็ว แต่สุดท้ายต้องหยุดเรียนเพราะไม่มีเงินครับ
ผมมีความคิดและรู้ว่าทำยังไงถึงจะไปถึงจุดหมายได้
แต่สิ่งที่ผมขาดคือทักษะการฝึกฝนครับ ทั้งภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น ดนตรี  
ผมขาดมันหมด
ผมท้อมากที่ต้องทำสิ่งเหล่านี้ในเวลาที่ต้องหาเลี้ยงชีพตัวเอง
ผมกินไม่อิ่มและนอนไม่หลับ มีความเครียดตลอดเวลา
จึงไม่มีกะจิตกะใจมาซ้อมกีต้าร์หรือฝึกภาษาอังกฤษ
ตอนนี้ผมมีแนวโน้วจะได้งานที่ตัวเองชอบและคิดว่าจะทำมันต่อไปเรื่อยๆ
เพื่อเลี้ยงตัวเองและฝึกฝนตัวเองเพื่อชิงทุนไปเรียนต่อที่ตางประเทศ

แต่ปัญหาคือความอยากที่อยู่ข้างในครับ มันอยากไปจริงๆ
มันอยากทำตามใจตัวเองซักครั้ง
แต่ดันมาทำในวัยที่ผู้ใหญและคนรอบข้างถามหาความมั่นคงกับเรานี่แหละ
ผมทำเพื่อครอบครัวเสมอ ผมเชื่อฟังและอยากทำให้เขาภูมิใจ ผมตั้งใจเรียน
เป็นคนดีไม่กินเหล้าสูบบุหรี่ แต่สุดท้ายผมผิดเองที่ไม่คิดถึงอนาคตของตัวเอง
ความดีเหล่านั้นไม่สามารถหล่อเลี้ยงชีวิตผมได้แต่เป็น"ความรู้"
ผมจึงอยากเรียนต่อมากๆครับ

พี่ว่าผมควรจัดระเบียบระบบนี้ยังไงดีครับ เพื่อให้ไปถึงจุดหมาย คือการได้ไปเรียนต่างประเทศ สิ่งที่ผมอยากทำมันสมควรแล้วรึเปล่า หรือผมควรละทิ้งมัน และก้มหน้าก้มตาหาเงินเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวและคนรอบข้าง???
ช่วยชี้แนะผมด้วยนะครับ

ที่ผมอยากเรียนมีสองอย่างคือถ่ายภาพกับดนตรีครับ
อันดับ1 ดนตรี
อันดับ2 ถ่ายภาพ

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบนะครับพี่จอม :)
asked May 28, 2016 by Jatejate (160 points) 1 view
edited May 28, 2016 by Jatejate

2 Answers

+2 votes
สวัสดีครับ
ผมก็เป็นคนนึงที่มาเรียนต่อที่อเมริกาเหมือนกัน  (Sound Engineering)
ผมเล่นดนตรีและชอบดนตรีมาตั้งแต่มัธยม เรียนจบ ป.ตรี วิศวะ แล้วก็มาเรียนต่อ ป.​โท ที่อเมริกาเนี่ยแหละครับ....

คำถามที่คุณถามมาเนี่ย ผมเข้าใจนะ ว่าอยากเอาจริงเอาจังกับมัน...​ผมก็เหมือนกันเลย ตัดสินใจมาเรียน... แต่ ผมอยากจะแนะนำว่า อยากให้ตั้งเป้าหมายที่มันชัดเจนกว่า แค่มาเรียน ดนตรี หรือถ่ายภาพที่ อเมริกา ถ้าแค่นี้เรียนเมืองไทยก็ได้ไม่ต้องหรอกครับ เสียเวลา เสียตังด้วย... เพราะว่า มันมีจุดสิ้นสุด เรียนจบแล้วคุณจะเอายังไงต่อ มันเป็นแค่จุด ๆนึงเท่านั้น....

อยากให้คิดว่า เราจะเอาดนตรี หรือ การถ่ายภาพมาทำให้ชีวิตเราดีขึ้นกว่าวันนี้อย่างไง... เราจะเอามาประยุกต์กับงานหรือธุรกิจของเราได้อย่างไร หรือว่า นี้ควรจะเป็นแค่งานอดิเรกพอ เพราะของบางอย่าง เราทำเป็นงานอดิเรกมีความสุขมากกว่าทำเป็นอาชีพนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ผมชอบทำอาหารมากๆ แต่ผมคงไม่เปิดร้านอาหารเป็นของตัวเอง มันมีหลายๆอย่างในสมการนี้ นอกจากฝีมือและใจรักในการทำอาหาร....

ลองคิดดูแล้วกันนะครับ
สู้ ๆครับผม
answered May 28, 2016 by vasinl (840 points)
ขอบคุณพี่มากๆครับ แล้วจำนำกลับไปคิดดูนะครับ ;)
+1 vote
สวัสดีค่ะ น้องเจตน์
พี่ขอสรุปประเด็นที่อยากบอกน้องนะคะ
1. การหาเลี้ยงชีพเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากค่ะ เพราะมันบอกเองเลยว่า "เลี้ยงชีพ" มันน่าภูมิใจนะคะ แต่เข้าใจว่าบางทีการที่เราทำสิ่งที่เราไมไ่ด้รัก เพื่อการเลี้ยงชีพมันก็รู้สึกท้อ
แต่พี่อยากบอกว่า .. บางที เราก็ทำงานเลี้ยงชีพได้ เพื่อให้เรายังมีโอกาสได้ทำสิ่งที่เรารักค่ะ

ลองคิดนะ ถ้าเราไม่มีเงิน ไม่มีงาน เราจะเอาอะไรมาเลี้ยงชีพ แล้วเราจะมีใจ มีเวลามาทำสิ่งที่เรารักไหม? ไม่มีนะ....
แต่ถ้าเราเลี้ยงชีพได้ น้องอาจจะมีเวลา เสาร์ อาทิตย์ สักนิดไม่มากก็น้อย อยู่ที่เราแบ่งเวลา เพื่อให้เราได้ทำ "สิ่งที่ใจอยาก"

พี่ว่า เรื่องดนตรีเป็นตัวอย่างที่ดีค่ะ เพราะ พี่ก็ชอบดนตรีนะคะ เล่นมาแต่เด็ก ตอนนี้ก้ยังเล่นเป็นงานอดิเรก จริงจังเท่าที่เวลาอำนวย เพราะไม่ใช่หน้าที่หลัก แต่ทำแล้วสุขใจ มันเติมเต็มชีวิตเรา ซึ่ง งานมันไม่ไ้ดทำส่วนนั้นได้ไปซะหมด แต่จะให้พี่เช่นกัน.. มายึดดนตรีเป็นอาชีพ พี่ก็ไมไ่ด้ทำ เพราะส่วนตัวเอง พี่รู้ว่า ของบางอย่างเราจะ happy กับมัน ถ้ามันเป็นงานอดิเรกที่เราไม่ต้องทำโดยรอเงินจากมัน ถ้าทำเพราะจะหวังพึ่งสายนี้เพื่อทำไปเลี้ยงตัวเองไป พี่คิดว่าไม่อาจจะไม่สนุกกับมันแล้ว
อะไรที่เป็นอาชีพ ต่อให้รักแทบตาย มันจะมีช้อทเบื่อมันเช่นกัน

อย่าเสียใจนะ น้องไม่ได้ทิ้งฝัน ไม่ได้ทิ้งมัน เราไม่ได้ทำเป็นอาชีพ ไม่ได้แปลว่ามันไม่ได้อยู่ในชีวิตเรานี่คะ เรายังทำได้ แต่ได้เท่าไหร่มากกว่า อย่าเสียใจ

ดนตรี ว่างก็ฝึกมัน ฝึกจนเก่ง
self-taught ที่เก่งๆก็มีเยอะนะ ไม่ต้องไปรอเรียน เอาเวลาว่างทำ ทำเพราะมีความสุข


2. เป้าหมาย : การเรียน "ต้องถามตัวเองว่าเรียนไปทำไม" "เพราะการไปเรียนเมืองนอก มันน่าจะเป็นแค่ path สู่การไปถึงอีกจุดที่น้องต้องการมากกว่า" เพราะการไปเรียนเมืองนอกมันแค่ 2 ปี และเรียนเพื่อไปทำอะไรหลังจากนั้นมากกว่า พี่ไม่ได้จะให้น้องเลิกล้มความฝันนะ แต่ว่า... มันเป็นแค่ title... แล้วจะเอา title  นั้นไปทำอะไรต่อ... น้องต้องถามตัวเองดีดี เพราะ โรงเรียนเป็นแค่ path ไม่ใช่ destination คือเราสมัครไป โรงเรียนเจ๋งๆ เค้าไม่ได้รับแค่เพราะ "เราอยากอยู่กับเค้า" แต่เค้าถามไปถึง จะเอาอะไรจากเค้าไปทำอะไรต่อ... ด้วยซ้ำ เพราะอย่างนั้น มันไม่ใช่แค่ได้มาที่นี่ แต่ลองมองไปอีกสเตป.. ทำไมต้องมาเรียน?
เรียนต่อได้ค่ะ ดี แต่อยากให้มองนะคะ ว่า อยากมาเรียน เพื่อจะส่งเราต่อไปก้าวต่อไปยังไง ..​เราจะเอาเวลาในโรงเรียน 2 ปีนั้น ส่งเราไปจุดไหนต่อ?
อันนี้เราต้องคิดก่อนนะ โรงเรียนไม่ไ้ดบอกเราได้ตอนเข้ามา เพราะพอเข้ามา เค้าไม่ได้ให้ หนทาง แต่เค้าequipped ข้อมูล ให้เราเรียนรู้ว่าจะไปถึงที่นั่นได้ดีขึ้นยังไงค่ะ
ลองค่อยๆ clear goal  ว่าอยากทำอะไรนะคะ

3. อยากให้น้องเข้าใจว่า Education กับ Knowledge นั้นต่างกัน การมีความรู้บางทีไม่ได้มาจากการไปเข้าสถาบันใดใด แต่เราอาจจะหาได้จากการฝึกฝน และการไปทำงานต่างๆดู

4. อยากให้น้องภูมิใจกับสิ่งที่ตัวเองทำ ที่ดูแลความรู้สึกที่บ้าน เลี้ยงดูครอบครัวได้ แต่ก็อยากให้น้องมองว่าเรายังทำอะไรได้อีกไหม ที่จะบาลานส์สิ่งที่เราชอบ พร้อมกับการเลี้ยงชีพไปด้วยค่ะ อย่าได้น้อยเนื้อต่ำใจไปเลย
ความฝันบางคน เอามาเลี้ยงชีพได้ แต่บางคนก็มีความฝันที่สวยงาม และก็อย่าไปทิ้ง แต่มันอาจจะเอามาเลี้ยงชีพแล้วยากกว่าก็ได้

5. น้องมีความถนัดหลายสาย ทำไมไม่ลองเอามันมาผสมกันล่ะค่ะ เรื่องที่ถนัดเลี้ยงชีพได้ กับเรื่องที่ชอบ? มันอาจจะไม่ใช่ภาพที่น้องเคยคิด แต่มันก็จะเป็นภาพใหม่ path  ใหม่ที่เราลองสร้างมาเพื่อตัวเราเอง และมันอาจจะใช่กว่าวันนี้ก็ได้

หวังว่าน่าจะช่วยให้น้องเกิดไอเดียได้บ้างนะคะ สู้ๆนะคะ น้องเจตน์
answered May 28, 2016 by jomjom (1,370 points)
ขอบคุณมากครับพี่จอม จะนำกลับไปคิดดูนะครับ คงได้เข้ามาอ่านคำตอบในนี้บ่อยๆแน่ครับ ;)
ยินดีมากค่ะ น้องเจตน์ ฝากอีกนิดดดดนึง
6. แบ่งเวลา บางทีเราอาจจะต้องทำอะไรหลายอย่างใน 1 อาทิตย์ อาจจะปรับตาราง ปรับพฤติกรรม จะได้ทำอะไรได้หลายอย่าง ตามที่เราคิด แต่อย่า ลืม ใส่  priority  ว่าอันไหนสำคัญที่สุด ถ้าเวลาไม่พอ เราต้องเลือกอันที่มาอันที่ 1 ก่อนจ้าาา
สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้
ยินดีต้อนรับสู่ Dream Action Q&A ค่ะ ถาม-ตอบ ปัญหา เกี่ยวกับสถาปัตยกรรม

20 questions

31 answers

13 comments

62 users

...